5 ขั้นตอนแรกเมื่อโทรศัพท์ตกน้ำ
- นำเครื่องออกจากน้ำทันที และถอดเคสออก
- ถอดสายและอุปกรณ์เสริม ห้ามเชื่อมต่อสายชาร์จหรือคอมพิวเตอร์
- ปิดเครื่อง ถ้ายังตอบสนองและทำได้โดยไม่ต้องกดซ้ำหลายครั้ง
- เช็ดภายนอก ด้วยผ้านุ่มไม่เป็นขุย โดยไม่เขย่าหรือกระแทกเครื่อง
- ส่งตรวจเร็วที่สุด พร้อมแจ้งชนิดของเหลว เวลาที่เปียก และอาการหลังเกิดเหตุ
ถ้าเครื่องร้อนผิดปกติ บวม มีกลิ่น หรือมีควัน อย่าจับหรือชาร์จ ให้เว้นระยะจากวัสดุติดไฟและติดต่อผู้เชี่ยวชาญทันที
สิ่งที่ไม่ควรทำ
| อย่าทำ | เหตุผล |
|---|---|
| อย่าชาร์จเพื่อทดสอบ | ความชื้นในช่องต่ออาจทำให้พินสึกกร่อนหรือลัดวงจร |
| อย่าเปิด-ปิดเครื่องซ้ำ | การจ่ายไฟซ้ำอาจเพิ่มความเสียหายบนบอร์ด |
| อย่าใช้ไดร์หรือเป่าลมร้อน | ความร้อนอาจกระทบแบตเตอรี่ กาว และชิ้นส่วนภายใน |
| อย่าแช่ข้าวสาร | ไม่สามารถทำความสะอาดคราบภายใน และเศษข้าวอาจเข้าช่องต่อ |
| อย่าเขย่าหรือกดเครื่อง | ของเหลวอาจกระจายไปยังส่วนอื่น |
เครื่องยังเปิดติด ทำไมควรรีบตรวจ?
ของเหลวอาจทิ้งคราบนำไฟฟ้าและเริ่มกัดกร่อนขั้วต่อหรือแผงวงจร อาการจึงอาจเกิดภายหลัง เช่น ชาร์จไม่เข้า ลำโพงเบา กล้องเป็นฝ้า เครื่องร้อน หรือดับเอง การปล่อยให้แห้งภายนอกไม่ได้หมายความว่าภายในสะอาดและปลอดภัยแล้ว
ระดับความเสี่ยงต่างกันตามชนิดของเหลว
- น้ำสะอาด: ยังมีความเสี่ยงจากแร่ธาตุและไฟในวงจร
- น้ำทะเล: เกลือเร่งการกัดกร่อน ควรรีบตรวจมาก
- น้ำหวาน กาแฟ หรือนม: มีคราบเหนียวและสารตกค้าง ต้องทำความสะอาดภายใน
ข้อมูลที่ควรแจ้งช่าง
- รุ่นเครื่องและเวลาที่ตกน้ำ
- เป็นน้ำชนิดใด และจมนานประมาณเท่าไร
- เครื่องเปิดอยู่หรือกำลังชาร์จตอนเกิดเหตุหรือไม่
- หลังเปียกน้ำเคยชาร์จ เปิดเครื่อง หรือเป่าร้อนหรือไม่
- ข้อมูลในเครื่องสำคัญเพียงใด เพื่อวางลำดับการตรวจ
เรื่องข้อมูล: ร้านจะเน้นตรวจและแจ้งแนวทางก่อนซ่อม แต่ไม่สามารถรับประกันการกู้ข้อมูลในเครื่องที่น้ำเข้าหรือวงจรเสียหายได้ ควรแจ้งความสำคัญของข้อมูลตั้งแต่ต้น
เครื่องเพิ่งตกน้ำและอยู่ในกำแพงเพชร?หยุดชาร์จแล้วติดต่อร้านทันที สำหรับ iPhone ดู บริการซ่อม iPhone หรือสำหรับ iPad ดู บริการซ่อม iPad
